HOME | What we do?

ทำไมต้องสร้างแบรนด์

1. คนซื้ออะไร

ถ้าเรามีกระเป๋าถือ ที่ดูดีมีระดับ อยู่ 2 ใบ ซึ่งเหมือนกันทุกประการ ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย นอกจากเป็นคนละแบรนด์กัน ใบแรกเป็นแบรนด์ที่ไม่มีใครรู้จักเลย ส่วนใบที่สองเป็นแบรนด์ดังที่ผู้คนรู้จักกันดี หากเราขายกระเป๋าถือทั้งสองใบนี้ ในราคาที่เท่ากัน (เพราะเหมือนกันทุกประการ) คำถามคือ คนจะซื้อกระเป๋าถือใบแรกหรือจะซื้อใบที่สอง?

คำตอบคือ คนจะซื้อกระเป๋าถือใบที่สอง จากคำถามที่ 1 เราจะเห็นว่า สิ่งที่ปิดการขาย คือ แบรนด์ของสินค้า (Product Brand) ไม่ใช่ตัวสินค้า (Product)

2. คนจะซื้อกับใคร

ให้คน 2 คน ไปสร้างเพจขึ้นมาคนละ 1 เพจ แล้วขายกระเป๋าถือใบเดียวกันเลย ซึ่งเป็นของแบรนด์ดัง เป็นของแท้ และราคาสูง คนแรกเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จักเลย ส่วนคนที่สองเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงการกระเป๋าถือ คำถามคือ คนจะซื้อกระเป๋าถือใบนี้กับใคร จะซื้อกับคนแรกหรือจะซื้อกับคนที่สอง?

คำตอบคือ คนจะซื้อกระเป๋าถือใบนี้กับคนที่สอง จากคำถามที่ 2 เราจะเห็นว่า สิ่งที่ปิดการขาย คือ ผู้ขาย (Personal Brand) ไม่ใช่แบรนด์ของสินค้า (Product Brand) และไม่ใช่ตัวสินค้า (Product) บางคนใช้แบรนด์เนมของแท้ แต่คนตีเป็นของก๊อป ส่วนบางคนแม้นางจะถือของก๊อป แต่คนก็ยังให้ราคาว่าเป็นของแท้

3. ใครจะขายได้ราคาสูงกว่า

ให้คน 2 คน ไปสร้างเพจขึ้นมาคนละ 1 เพจ แล้วขายพระเครื่องรุ่นดัง ของแท้ และเป็นองค์เดียวกันเลย คนแรกเป็นใครก็ไม่รู้ ส่วนคนที่สองเป็นเซียนพระที่มีชื่อเสียงและรู้จักกันดีในวงการพระเครื่อง คำถามคือ คนจะซื้อพระเครื่ององค์นี้กับใคร และใครจะขายพระเครื่ององค์นี้ได้ราคาสูงกว่ากัน?

คำตอบคือ คนจะซื้อพระเครื่ององค์นี้กับคนที่สอง และคนที่จะขายพระเครื่ององค์นี้ได้ราคาสูงกว่า ก็คือคนที่สองอีกเช่นกัน ส่วนคนแรกแค่ไม่ถูกตีว่าเป็นพระเก๊ก็บุญเท่าไหร่แล้ว (พระแท้ เมื่อตกอยู่ในมือของบางคน จะกลายเป็นพระเก๊ทันที) แต่ถ้าเซียนพระ 2 คนนี้ ต่างก็มีชื่อเสียง มีความเป็นไปได้ว่า คนที่จะขายพระเครื่ององค์นี้ได้ราคาสูงกว่า คือคนที่มีชื่อเสียงมากกว่า

จากคำถามที่ 3 เราจะเห็นว่า สิ่งที่ปิดการขาย คือ ผู้ขาย (Personal Brand) ไม่ใช่แบรนด์ของสินค้า (Product Brand) และไม่ใช่ตัวสินค้า (Product)

4. สรุป

คนไม่ได้ซื้อสินค้า แต่ซื้อเพราะว่าสินค้านั้น ๆ ยี่ห้ออะไร และซื้อเพราะว่าใครเป็นผู้ขาย แบรนด์ยิ่งดังราคายิ่งสูง ผู้ขายยิ่งดังยิ่งขายได้ราคา ดังนั้น “อย่าขายสินค้า ให้สร้างแบรนด์ แล้วขายแบรนด์” (Product Brand & Personal Brand) และ “หากขายตัวเองยังไม่ได้ อย่าเพิ่งขายอะไรทั้งสิ้น”

[ คอร์ส “ปล่อยของ” (พาสร้างแบรนด์) ]

ทำไมต้องมีที่ปรึกษา

หลายท่านสงสัยว่า ทำไมตัวเองเรียนมามากมาย แต่ก็ยังไปไม่ถึงไหนสักที เสียเวลาไปหลายปี และเสียเงินไปหลายแสนแล้ว (บางท่านหลายล้าน)

1. จิ๊กซอว์ ไม่ใช่ภาพ : อาจเป็นไปได้ว่า ที่ท่านได้มานั้น เป็นเพียงจิ๊กซอว์จำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่ครบชิ้น ทำให้ต่อกันยังไงก็ไม่เป็นภาพ และยิ่งหากเป็นจิ๊กซอว์ที่ได้มาจากคนละกล่องแล้วล่ะก็ ต่อกันยังไงก็ไม่เข้า จึงทำให้ไปไม่ถึงไหนสักที

2. ทักษะ ไม่ใช่ธุรกิจ : วัตถุประสงค์ของแต่ละคอร์สไม่เหมือนกัน บางคอร์สเพื่อพัฒนาทักษะ บางคอร์สพาสร้างธุรกิจ บางคอร์สพาสร้างแบรนด์ หากท่านไปเรียนคอร์สที่พาพัฒนาทักษะ สิ่งที่ท่านจะได้มานั้น ไม่ใช่การสร้างธุรกิจ ไม่ใช่การสร้างแบรนด์ จึงทำให้ไปไม่ถึงไหนสักที

3. ก่อนที่จะเป็นสามก๊ก : ตอนเริ่มต้นของสามก๊ก มีเพียงสองก๊กเท่านั้น เมื่อเล่าปี่ได้ขงเบ้งเป็นกุนซือ จึงมีเมืองครอง กลายเป็นสามก๊ก หากท่านคิดการใหญ่ ไม่มีกุนซือไม่ได้ การสร้างธุรกิจ การสร้างแบรนด์ คือการใหญ่ หากท่านแน่ใจว่าสามารถเป็นกุนซือให้ตัวเองได้ ก็ไม่ต้องไปหาขงเบ้งเหมือนเล่าปี่

ผมเชื่อว่า การสัมมนาที่ผู้เรียนยังมองภาพรวมไม่ออก (หรือมองภาพรวมยังไม่ชัด) ยังเริ่มต้นไม่ถูก ยังไปเองไม่เป็น และยังทำตามกลยุทธ์ย่อย ๆ ของคอร์สไม่ได้ แต่ต้องกลับไปเผชิญโชค ลองผิดลองถูกเอาเอง โดยผู้บรรยายไม่ได้เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวคอยให้คำแนะนำ และไม่มีเวิร์คช็อปพาลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตามเนื้อหาที่สอน โอกาสที่ผู้เรียนจะประสบความสำเร็จนั้นต่ำมาก ๆ ครับ

คอร์ส “ปล่อยของ” จึงไม่ใช่แค่การสัมมนา 2 วัน แต่ผมจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับผู้เข้าอบรมทุกท่าน 1 ปี ติดต่อผมได้ทุกช่องทาง ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน และยังมี “เวิร์คช็อปพิเศษ” ที่ผมจะพาผู้เข้าอบรมลงมือทำตามเนื้อหาที่สอน อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เดือนละ 3-4 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปี เช่นกัน นี่คือทางออกที่มีความเป็นไปได้สูงกว่าการปล่อยให้ผู้เรียนไปเผชิญโชคลองผิดลองถูกเอาเองตามลำพัง

ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้ความสนใจ คอร์ส “ปล่อยของ”

อลงกรณ์ ดอกดวง
• BRANDING Consultant
• Founder & CEO of BRANDING.co.th
• ผู้บรรยายคอร์ส “ปล่อยของ”

[ คอร์ส “ปล่อยของ” (เป็นที่ปรึกษาให้ 1 ปี) ]

REVIEW

ขอขอบคุณ คุณเจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์ในคอร์ส “ปล่อยของ” รุ่นที่ 20

[ คอร์ส “ปล่อยของ” (กลยุทธ์นอกตำรา) ]

TESTIMONIALS

1. Play Academy

กรณีศึกษา : กลยุทธ์ในการก้าวข้ามวิกฤตทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว
เพจ : Play Academy Thailand

ขอขอบคุณ คุณครูชลมาศ คูหารัตนากร (คุณครูปุ๊ก) และ คุณครูศักดา เด่นประยูรวงศ์ (คุณครูแป๋ง) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์ในงาน BRAND SHOW ครั้งที่ 1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่ Swissôtel Le Concorde Bangkok (81 นาที)

2. English Academic
(เดิมชื่อ English Academy)

กรณีศึกษา : กลยุทธ์ในการเร่งสปีดกิจการให้เติบโตอย่างรวดเร็วที่สามารถวัดผลได้
เพจ : English Academic

ขอขอบคุณ อ.วศิน โพธิ์งาม (คุณครูพี่ปาล์ม) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์ในงาน BRAND SHOW ครั้งที่ 1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่ Swissôtel Le Concorde Bangkok (67 นาที)

3. KEY24.co.th

กรณีศึกษา : กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการลาออกจากงานประจำ
เพจ : KEY24.co.th

ขอขอบคุณ คุณนงนภัส กอธัญญาวัฒน์ (พี่หนูนา) และ คุณจิรวัฒน์ สิงห์คำป้อง (พี่คิงส์) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์ในงาน BRAND SHOW ครั้งที่ 1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่ Swissôtel Le Concorde Bangkok (44 นาที)

4. SPEAKING.co.th

กรณีศึกษา : กลยุทธ์ในการปั้นเพจ 100,000 Likes ด้วยเงิน 0 บาท และกลยุทธ์ในการสร้างยอดขายแบบ Organic โดยไม่ต้องซื้อโฆษณาแม้แต่บาทเดียว
เพจ : SPEAKING.co.th

ขอขอบคุณ อ.ณัฏฐกานต์ ธรรมสุนทร (คุณครูกานต์) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์ในงาน BRAND SHOW ครั้งที่ 1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่ Swissôtel Le Concorde Bangkok (57 นาที)

5. PATCHA.co.th

กรณีศึกษา : กลยุทธ์ในการก้าวข้ามวิกฤตสั่งผลิตสินค้าโดยไม่รู้ว่าจะขายมันยังไง
เพจ : PATCHA.co.th

ขอขอบคุณ คุณพชรพร เพชรทอง (คุณแก้ว) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์ในงาน BRAND SHOW ครั้งที่ 1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่ Swissôtel Le Concorde Bangkok (62 นาที)

[ คอร์ส “ปล่อยของ” (มีผลงานชัดเจน) ]